การสร้าง Campaign บน Google Ads สำหรับมือใหม่

ปัจจุบันการเสพสื่อนั้นมีทิศทางที่เปลี่ยนไป ทำให้ลูกค้าในปัจจุบันไม่ใช่ผู้รับ แต่เป็นผู้เลือก ว่าจะรับหรือไม่รับข้อมูลประเภทใดดังนั้น การลงโฆษณาบนออนไลน์จึงไม่ได้เน้นการเสนอคอนเทนต์เพลงอย่างเดียว ยังรวมไปถึงการวิเคราะห์ วางแผนการวัดผล ซึ่งจะสามารถทำให้ครับตามที่คุณต้องการได้ เริ่มต้นลงโฆษณาผ่าน google ads ยังไงมาเริ่มการทำแคมเปญด้วย Google Ads ให้มีประสิทธิภาพว่าเราควรทำอย่างไร

โดยเป้าหมายในการทำแคมเปญของ Google ads แบ่งได้ดังนี้

1. วัตถุประสงค์ของแคมเปญ

อันดับแรกเมื่อเราเริ่มสร้างแคมเปญของโฆษณาแล้วสิ่งที่ควรตั้งคำถามคือเป้าหมายของแคมเปญนั้นคืออะไร การกำหนดกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญนั้นจะช่วยวางแผนกลยุทธ์ให้เห็นภาพรวมของแคมเปญได้อย่างชัดเจนและ สามารถเลือกประเภทของการลงโฆษณาของสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • Website Traffic

เป้าหมายนี่เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่เป็นหน้าร้านค้า โดย AI ของทางกูเกิลจะดึงกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มลูกค้าให้เขามาบนเว็บไซต์ของตอนเป็นจำนวนมาก โดยศัพท์ของการตลาดออนไลน์จะเรียกผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เข้ามาว่า Traffic อธิบายอย่างง่ายๆ หากคุณเปิดร้าน บนถนนและมีเซลล์ยืนอยู่หน้าร้านคอยเรียกลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการภายในร้านคุณ

  • Leads

สำหรับเป้าหมายนี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเก็บฐานข้อมูลของลูกค้าเช่นกันขอเบอร์ติดต่อ หรือการแอดไลน์ และการลงทะเบียนก็ข้อมูลเพื่อทำการติดต่อกลับ และปิดการขายภายหลัง แคมเปญประเภทนี้ใช้ได้ทั้ง Search Ads หรือ Display Ads เพื่อลงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการและคลิกเข้าเว็บไซต์เพื่อลงทะเบียนสำหรับรับ News Letter รายละเอียดสินค้าหรือบริการ ที่จะติดต่อเพื่อปิดการขายกันภายหลัง อธิบายง่ายๆคือ เมื่อคุณเปิดร้านค้าแล้วลูกค้าที่เข้ามาไม่สามารถซื้อได้ภายในตอนนี้ และคุณขอข้อมูลการติดต่อเพื่อขายให้ภายหลัง

  • Sale

เป้าหมายนี้เป็นเป้าหมายที่สื่อสารออกมาอย่างตรงๆคือผู้ที่ต้องการเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางบนเว็บไซต์ของออนไลน์ เช่นกันติดตั้งแอพพลิเคชั่น หรือเป็นการซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ แคมเปญประเภทนี้จะเหมาะกับธุรกิจประเภทอีคอมเมิร์ซ ตัวอย่างเช่นคุณเปิดร้านขายเสื้อผ้า และมีเส้นคอยเชียร์ลูกค้าให้ซื้อเสื้อผ้าที่คุณขาย

  • Product & Brand Consideration

หากคุณต้องการโปรโมทประชาสัมพันธ์โปรโมชั่น และรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวกับแบรนด์ หรือเป็นการนำเสนอคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มลูกค้า การทำ Display Ads หรือ Video Ads การทำแคมเปญประเภทนี้จะช่วยให้คุณสามารถทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

  • Brand Awareness & Reach

เป็นแคมเปญที่จะช่วยให้สินค้าและบริการของคุณถูกจดจำและรู้จักในวงกว้าง หากคุณเป็นแบรนด์ใหม่ที่ยังไม่ค่อยที่มีใครรู้จัก การทำโฆษณาด้วย Display Ads หรือ Video Ads จึงเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างBrand Awareness ได้อย่างไม่ยาก สามารถนำโฆษณาหรือคอนเทนต์ต่างๆของคุณให้เห็นผ่านตาเป็นจำนวนมาก สิ่งที่จะทำควรนำเสนอจุดขายหรือความโดดเด่นของสินค้าและบริการของคุณเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นและยังสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย

2. กลุ่มเป้าหมาย (Target)

ต่อมาคือ “ใคร” หรือ กลุ่มเป้าหมาย (Target) ของคุณ นักการตลาดควรวิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายของตนนั้นอยู่ที่ไหนเพื่อที่จะวางแผนในการยิงโฆษณาไปยังผู้บริโภคในละแวกที่ต้องการโดยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายจากสถานที่หรือโลเคชั่นจะช่วยให้สินค้าและบริการของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลายระดับตั้งแต่การขายสินค้าในประเทศและยังสามารถนำเสนอสินค้าไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย เช่นเมื่อคุณขายสินค้าที่เกี่ยวกับแม่และเด็กกลุ่มเป้าหมายของคุณควรจะเป็นแม่และเด็กพี่มีความต้องการในการซื้อสินค้าประเภทเดียวกันกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มที่ยังไม่ได้แต่งงานจะอยู่นอกเหนือกลุ่มเป้าหมายของคุณการวางกลุ่มเป้าหมายจะทำให้คุณไม่เสียเงินในการโฆษณาแบบฟรีๆโดยใช่เหตุ

3. งบประมาณ (Budget)

การจัดสรรงบประมาณ (Budget) สำหรับการทำแคมเปญให้คุ้มค่าและได้ผลที่สุด อยู่ที่การเลือก Bid Strategy ว่าเราต้องการจ่ายเงินให้คนประเภทไหนเข้ามาดูสินค้าเรา จะประกอบด้วย Conversions, Clicks, Impressions และ Views ซึ่งแต่ละจุดก็จะมีความสามารถที่ต่างกัน ดังนี้

  • Impressions

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้าง Brand Awareness หรือการเข้าถึงคนให้เยอะที่สุด จะดีต่อเมื่อเราต้องการให้คนรู้จักและจดจำแบรนด์ของเรา

  • Clicks

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้าง Traffic เข้าเว็บไซต์ จะมีการจัดการแบบ Cost-Per-Click (CPC) คือการจ่ายเงินเมื่อมีคนคลิกที่เข้ามาบนเว็บไซต์ เราสามารถบริหารและปรับปรุงงบประมาณได้ตามความต้องการของตัวเราเอง

  • Conversions

เหมาะกับคนที่ต้องการเก็บ Leads โดย AI ของทางกูเกิลนั้นจะเลือกหาคนที่มีแนวโน้มเข้ามาโทรเพื่อสอบถามข้อมูลหรือการลงทะเบียนแบบฟอร์มเพื่อทำการติดต่อกลับ

  • Views

ประเภทนี้จะเหมาะกับ Video Ads ที่ต้องการเพิ่มยอดวิวและกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายให้คลิกเข้าชมเว็บไซต์ผ่านคอนเทนท์ประเภทวิดีโอบริหารงบประมาณเป็นแบบ Cost-Per-View (CPV) ซึ่งเราสามารถกำหนดราคาสูงสุดในการจ่ายในการเก็บยอดวิวในแต่ละครั้ง

4. ประเมินและวัดผล

การทำแคมเปญออนไลน์จะประสบความสำเร็จหรือไม่เราต้องทำการติดตามผลของแคมเปญแต่ละตัวที่เราปล่อยออกไป และจะมี Metrics ในการอ่านค่าเพื่อวิเคราะห์ผลของแคมเปญ โดยนักการตลาดควรจะปรับแผนกลยุทธ์โดยอิงจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในแคมเปญของเราแต่ละครั้ง เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย และแก้ไขจุดบกพร่องในการทำแคมเปญในครั้งต่อไป

สรุป

ในการสร้าง Campaign บน Google Ads นับเป็นช่องทางหนึ่งในการเพิ่มยอดขายให้เพิ่มขึ้น เมื่อเราทำการโฆษณาโดยเสียเงิน เราควรวิเคราะห์เป้าหมายวางแผนการตลาดการสร้างคอนเทนต์รวมไปถึงการวัดผลเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมา การตลาดออนไลน์ สำคัญกับองค์กรของคุณอย่างไร ? ให้เป็นไปตามที่เราต้องการ